มติชน หน้า 14 ฉบับวันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2543
สวัสดีครับคุณประภาส
ผมนั่งรถข้ามจังหวัดภาคอีสานท่ามกลาวความรุ่มร้อน
ให้บังเอิญ D.J. ท้องถิ่นเปิดเพลงไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน
เราทั้ง 3 ในรถเลยหาเรื่องถกกัน ผมยืนยันว่า วินาทีที่
"จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา" นั้น น่าจะเป็น
ความโมโห คับแค้น เป็นแรงกดดัน (Drive) แต่เพื่อนสาว
ทั้ง 2 ไม่เห็นด้วย เธอทั้งคู่มองว่านั่นเป็นวีรกรรมพลีชีพเพื่อ
เชิดชูรัก แม้รักนั้นจะว่างเปล่า ไม่สมหวัง และไกลสุดเอื้อม
เลยตัดสินใจว่า กลับมากรุงเทพฯ แล้วให้ผมเขียนมาถามคุณ
คุณเป็นค้นเหตุเขียนเพลงนี้ไง
สุธี พี่สุชาติ ญาติสุธรรม
ระหว่างคนแต่งเพลงกับคนฟังเพลงเมื่อเพลงนั้น
เสร็จแล้ว คนแต่งไม่ได้มีสิทธิใดๆ มากกว่าที่จะตีความ
หรืออธิบายความหมายเลย ไม่ว่าใครก็อาจจินตนาการ
ไปตามความคิดตัวได้ และแม้ความคิดจะไม่ตรงกัน
คนฟังก็ไม่ผิดที่จะตีความ ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ
ตอนที่ทำเพลงนี้ ผมเคยถามคุณวิยะดา โกมารกุล ณ
นคร ว่าตอนที่แกร้องเพลงนี้แกรู้สึกว่าแกเป็นใคร เป็นไม้ขีด
ไฟ เป็นดอกทานตะวัน หรือเป็นดวงอาทิตย์ แล้วผมก็เอา
คำถามนี้มาถามคนทำงานด้วยกัน ตั้งแต่คุณภิทรู คนเรียบ
เรียงเสียงประสาน ไปถึงนักดนตรีแทบทุกคน
แต่ละคนตอบแตกต่างกันออกไปไม่เหมือนกันเลย
เพลงของผมเมื่อเขียนไปแล้ว คนฟังจะตีความแตก
ต่างกันไปมากเท่าไหร่ ผมยิ่งยินดี มันเป็นศิลปะนี่ครับ ไม่ใช่
บัญชีรายรับรายจ่าย จะได้มีถูกมีผิด
เท่าที่ฟังคุณสุธี พี่สุชาติ ญาติสุธรรมกับเพื่อนสาว
ของคุณถกกันแล้ว ผมเอนไปทางเพื่อนสาวของคุณมากกว่า
นะครับ
อย่าเอ็ดไปสุธีฯ ออกความเห็นไปอย่างนั้น
เดี๋ยวเขาก็จับได้หรอกว่าผู้ชายน่ะ เฮงซวยกับเรื่องความรัก
จริงๆ
สวัสดีครับคุณประภาส
ผมนั่งรถข้ามจังหวัดภาคอีสานท่ามกลาวความรุ่มร้อน
ให้บังเอิญ D.J. ท้องถิ่นเปิดเพลงไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน
เราทั้ง 3 ในรถเลยหาเรื่องถกกัน ผมยืนยันว่า วินาทีที่
"จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา" นั้น น่าจะเป็น
ความโมโห คับแค้น เป็นแรงกดดัน (Drive) แต่เพื่อนสาว
ทั้ง 2 ไม่เห็นด้วย เธอทั้งคู่มองว่านั่นเป็นวีรกรรมพลีชีพเพื่อ
เชิดชูรัก แม้รักนั้นจะว่างเปล่า ไม่สมหวัง และไกลสุดเอื้อม
เลยตัดสินใจว่า กลับมากรุงเทพฯ แล้วให้ผมเขียนมาถามคุณ
คุณเป็นค้นเหตุเขียนเพลงนี้ไง
สุธี พี่สุชาติ ญาติสุธรรม
ระหว่างคนแต่งเพลงกับคนฟังเพลงเมื่อเพลงนั้น
เสร็จแล้ว คนแต่งไม่ได้มีสิทธิใดๆ มากกว่าที่จะตีความ
หรืออธิบายความหมายเลย ไม่ว่าใครก็อาจจินตนาการ
ไปตามความคิดตัวได้ และแม้ความคิดจะไม่ตรงกัน
คนฟังก็ไม่ผิดที่จะตีความ ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ
ตอนที่ทำเพลงนี้ ผมเคยถามคุณวิยะดา โกมารกุล ณ
นคร ว่าตอนที่แกร้องเพลงนี้แกรู้สึกว่าแกเป็นใคร เป็นไม้ขีด
ไฟ เป็นดอกทานตะวัน หรือเป็นดวงอาทิตย์ แล้วผมก็เอา
คำถามนี้มาถามคนทำงานด้วยกัน ตั้งแต่คุณภิทรู คนเรียบ
เรียงเสียงประสาน ไปถึงนักดนตรีแทบทุกคน
แต่ละคนตอบแตกต่างกันออกไปไม่เหมือนกันเลย
เพลงของผมเมื่อเขียนไปแล้ว คนฟังจะตีความแตก
ต่างกันไปมากเท่าไหร่ ผมยิ่งยินดี มันเป็นศิลปะนี่ครับ ไม่ใช่
บัญชีรายรับรายจ่าย จะได้มีถูกมีผิด
เท่าที่ฟังคุณสุธี พี่สุชาติ ญาติสุธรรมกับเพื่อนสาว
ของคุณถกกันแล้ว ผมเอนไปทางเพื่อนสาวของคุณมากกว่า
นะครับ
อย่าเอ็ดไปสุธีฯ ออกความเห็นไปอย่างนั้น
เดี๋ยวเขาก็จับได้หรอกว่าผู้ชายน่ะ เฮงซวยกับเรื่องความรัก
จริงๆ